แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ UMTS แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ UMTS แสดงบทความทั้งหมด

4.07.2558

UMTS

UMTS : Universal Mobile Telecommunications System


เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือในยุค 3G ซึ่งอยู่ในขั้นตอนพัฒนาต่อไปยัง 4G ในปัจจุบันรูปแบบพื้นฐานของยูเอ็มทีเอสใช้งาน W-CDMA โดยตามมาตรฐานของ 3GPP และเป็นการตอบรับกับ ITU IMT-2000 สำหรับระบบการสื่อสาร ในบางครั้งจะเรียกยูทีเอ็มเอสว่า 3GSM เพื่อบ่งบอกถึงเทคโนโลยีของ 3G และมาตรฐาน GSM
เป็นเครือข่ายในยุค 3G ที่มีพัฒนาการมาจากเครือข่าย GSM, GPRS และ EDGE ซึ่งหลาย ๆ ครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นเครือข่าย W-CDMA โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานด้านการรับ-ส่งข้อมูลที่มากขึ้นของลูกค้า เครือข่าย UMTS นั้นจะมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 2 Mbit/sec ซึ่งมีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลที่มากกว่าเครือข่าย EDGE ที่ใช้บริการในปัจจุบันถึง 4 เท่า ด้วยเหตุนี้เอง เครือข่าย UMTS จึงเป็นเครือข่ายที่ผู้ให้บริการทั้งหลายต่างคาดหวังว่าจะมาช่วยตอบสนองความต้องการด้ารการใช้ข้อมูลของลูกค้า รวมทั้งสร้างรายได้ให้แก่บริษัทเป็นจำนวนมาก
Credit : http://th.wikipedia.org/wiki/UMTS
------------------------
      

      
การพัฒนาของระบบ UMTS จะมุ่งเน้นพัฒนา 2 โคลงสร้างหลักคือ โครงสร้างของเครือข่ายหลัก (core network) และ โครงสร้างเครือข่ายวิทยุ (radio access network) ใน radio access network นั้นจะประกอบด้วย สถานีเคลื่อนที่ (ตัวมือถือ) และ สถานีหลัก (ตัวรับ/ส่งสัญญาณ, เสาอากาศ, ตัวควบคุม) โดยมีคลื่นวิทยุเป็นตัวเชื่อมของทั้งสองสถานีนี้ สำหรับ core network นั้นประกอบด้วย node หรือ switches ที่เชื่อมสถานีหลักต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันและยังเป็น gateway ที่โยงไปยังระบบสื่อสารรูปแบอื่นๆอีกด้วย เช่น ISDN และ อินเตอร์เนต เป็นต้น
สำหรับ core network ของ UMTS นี้วิวัฒนาการมาจาก core network ของระบบ GSM ในปัจจุบัน แต่สำหรับ radio access network ของระบบ UMTS นั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นตอนและวิธีการแพร่คลื่นนั้นเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม radio access network ของระบบ GSM นั้นก็ยังคงนำมาใช้ในช่วงแรกๆหลังจากระบบUMTS เริ่มนำมาใช้ แล้ว ซึ่งหลักการนี้จะทำให้ radio access network ของระบบUMTS นี้ประกอบด้วยเครือข่ายที่เป็น อิสระซึ่งกันและกัน อยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นของ GSM เอง ซึ่งมีราคาถูกกว่าและจะยังคงใช้ส่งสัญญาณเสียงและข้อมูลที่มีอัตราการส่งต่ำๆ และในส่วนที่เป็นของระบบ UMTS เองซึ่งจะมีช่องสัญญาณกว้างขึ้นถึง 5MHz (ในขณะที่ระบบ GSM มีช่องสัญญาณกว้างเพียง 200kHz) และจะใช้ในการส่งข้อมูลประเภท Multimedia เช่น เสียง ข้อมูล รูปภาพ และภาพยนตร์ในเวลาเดียวกันด้วยอัตราการส่งมากสุดที่ 2Mbit/s

Credit : http://www.navy.mi.th/elecwww/document/magazine/6075.html

2.17.2558

USIM

USIM : UMTS Subscriber Identity Module

หน้าที่ทํางานเช่นเดียวกัน กับแผ่น SIM ในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที แบบ GSM ซึ่งเป็นเหมือน Smartcard ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที แต่ละรายได้มีการเก็บอัลกอริทึมที่ใช้ใน การตรวจสอบผู้ใช้บริการ (Authentication) และเก็บในส่วนของรหัสลับเพื่อใช้ในการตรวจสอบ ยืนยันผู้ใช้บริการ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จําเป็นต้องใช้ในการ ติดต่อสื่อสาร 

Credit : http://www.msit.mut.ac.th/newweb/phpfile

--------------------------------------

สำหรับ USIM  คือซิมที่รองรับการใช้งาน 4G จะมีคุณสมบัติในด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่อยู่ในซิม และ มีหน่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้นถึง 128 K (ซิมเดิมมีความจุ 64K)  โดยซิมใหม่สามารถบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ในซิมการ์ดได้ถึง 1,000 ราย ชื่อรวมถึงสามารถรองรับการใช้เทคโนโลยี 4G LTE ได้

Credit : http://truemoveh.truecorp.co.th/4g/packages

11.24.2557

3G

3G : Third Generation

เป็นมาตรฐานโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 3 ถูกพัฒนาเพื่อแทนที่ ระบบโทรศัพท์ 2G ซึ่ง 3G นั้นได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของมาตรฐาน IMT-2000 ภายใต้กลุ่มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ

มาตรฐานโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือที่เรียกว่า ระบบ UMTS หรือ W-CDMA ในระบบ GSM ใช้ช่วงความถี่ตั้งแต่ 850 , 900 , 1800 , 1900 และ 2100 ผสานเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน มีความสามารถในการนำเสนอข้อมูล ใช้งานด้านมัลติมีเดีย ส่งผ่านข้อมูลทั้งภาพและเสียงในระบบไร้สายด้วยความเร็วที่สูง

เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3
ยุคที่ 3 นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสาน การนำเสนอข้อมูล และ เทคโนโลยี ในปัจจุบันเข้าด้วยกัน
ใช้บริการมัลติมีเดีย และ ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น 
ลักษณะการทำงานของ 3G… 

ช่องสัญญาณความถี่,ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่า 
ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่น รวมทั้งบริการระบบเสียงดีขึ้น 
สามารถใช้ บริการมัลติมีเดียได้เต็มที่ และ สมบูรณ์แบบขึ้น 
บริการส่งแฟกซ์, โทรศัพท์ต่างประเทศ, รับ-ส่งข้อความที่มีขนาดใหญ่,ประชุมทางไกลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร, ดาวน์โหลดเพลง, ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ 
เทคโนโลยี 3G น่าสนใจอย่างไร 

สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่างรวดเร็ว และ มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น 
สามารถให้บริการระบบเสียง และ แอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ เช่น จอแสดงภาพสี, เครื่องเล่น mp3, เครื่องเล่นวีดีโอ การดาวน์โหลดเกม, แสดงกราฟฟิก และ การแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ 
 สร้างความสนุกสนาน และ สมจริงมากขึ้น
ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้น โดย โทรศัพท์เคลื่อนที่เปรียบเสมือน คอมพิวเตอร์แบบพกพา ,วิทยุส่วนตัว และแม้แต่กล้องถ่ายรูป 
ผู้ใช้สามารถเช็คข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่าใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว 
ใช้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าวบันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว
คุณสมบัติหลักของ 3G คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) นั่นคือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล 
 การเสียค่าบริการ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย






Credit : www.boarddev.com

----------------------------


ไขความลับ 3G คลื่นความถี่ไหนดีกว่ากัน


ช่วงนี้ค่ายมือถือต่างออกโฆษณาว่าคลื่นความถี่ที่ตนเองใช้ทำ 3G ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้  บ้างก็ว่าคลื่นของฉันตัวจริง มาตรฐานโลก บ้างก็ว่าของคลื่นของฉันส่งได้ไกลกว่า บ้างก็ว่าระบบของฉันดีที่สุดเพราะมีสามคลื่น เป็นเรื่องปกติที่เมื่อมีการเปิดเครือข่ายใหม่และระบบยังใช้งานได้ไม่ทั่วถึง ผู้ให้บริการก็มักจะคุยโม้เรื่องสรรพคุณของเครือข่ายของตนเองเอาไว้ก่อน ก่อให้เกิดความสับสนเพราะมักจะให้ข้อมูลกับผู้บริโภคไม่ครบถ้วน เรามาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่าครับว่า คลื่นความถี่ที่ใช้ทำ 3G มันแตกต่างกันอย่างไร
คลื่นความถี่ 3G ทุกคลื่นล้วนเป็นมาตรฐานที่กำหนดโดย ITU
ที่จริงแล้วเทคโนโลยี 3G สามารถทำงานบนคลื่นความถี่ใดก็ได้ แต่หากเราเลือกใช้ย่านความถี่ที่ชาวบ้านเขาไม่ใช้กันก็จะไม่มีเครื่องลูกข่ายรองรับ ดังนั้นการเลือกย่านความถี่ 3G ต้องเลือกให้ตรงกับมาตรฐานที่กำหนดโดยหน่วยงานของสหประชาชาติที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้คือ ITU (International Telecommunication Union)
ITU ได้กำหนดคลื่นความถี่สำหรับให้บริการ 3G ไว้ 25 ย่านความถี่ แต่ที่นิยมกันคือคลื่นความถี่ย่าน 2100, 1900, 1700 (AWS), 850 และ 900 MHz ดังนั้นคลื่นความถี่เหล่านี้ล้วนเป็นมาตรฐานทั้งสิ้น ไม่มีผู้ให้บริการ 3G รายใดในโลกที่ใช้คลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกับมาตรฐาน
คลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz ถูกกำหนดโดย ITU ให้เป็นย่านความถี่สากลของ 3G
มาตรฐานต่างๆในโลกมักแบ่งออกเป็น 3 ค่ายคือ ยุโรป อเมริกา และ ญี่ปุ่น ในยุค 2G แต่ละค่ายต่างก็ใช้เทคโนโลยีที่ต่างกัน และใช้คลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกัน ยุโรปใช้ 2G ย่าน 900 และ 1800 MHz ในขณะที่ อเมริกาใช้ย่าน 800 และ 1900 MHz ส่วนญี่ปุ่นใช้ย่าน 1500 MHz ทำให้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ (International Roaming) มีข้อจำกัดเพราะย่านความถี่ไม่ตรงกัน เทคโนโลยีไม่เหมือนกัน
เพื่อไม่ให้ระบบ 3G เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม ในการประชุมที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1997 ITU จึงได้กำหนดให้คลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz เป็นย่านความถี่สากลสำหรับ 3G ที่พยายามจะให้โรมมิ่งได้ในทุกประเทศ

ในเวลาต่อมา กรมไปรษณีย์โทรเลขได้ทำการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2 GHz ซึ่งในขณะนั้นถูกใช้งานเป็นระบบสื่อสัญญาณไมโครเวฟ เพื่อเตรียมจัดสรรใหม่เป็น 3G 2100MHz สำหรับประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกจัดสรรให้กับผู้ให้บริการ 4 รายคือ TOT และบริษัทลูกของ AIS dtac Truemove
ระบบ 3G มีคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz เป็นความถี่สากล แต่ระบบ 4G LTE กลับประสบปัญหา band fragmentation คือแต่ละประเทศใช้คลื่นความถี่ที่แตกต่างกันมาทำ 4G LTE เพราะไม่มีความถี่ย่านใดถูกกำหนดให้เป็นความถี่สากลตั้งแต่ต้น การนำอุปกรณ์ 4G LTE ไปใช้ในต่างประเทศจึงต้องพึ่งพาการโรมมิ่งกับ 3G 2100MHz เป็นหลัก แต่มีแนวโน้มว่าย่านความถี่ 1800 MHz จะได้รับความนิยมและอาจกลายเป็นย่านความถี่สากลของ 4G ในอนาคต
จากการที่คลื่นความถี่ 2100 MHz เป็นคลื่นความถี่สากลของ 3G จึงทำให้ได้รับความนิยมทั่วโลกมากกว่าคลื่นความถี่อื่นๆ ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2556 พบว่า
worldwide 3G subscribers
มีผู้ให้บริการ 3G 2100 MHz อยู่ 393 โอเปอเรเตอร์ใน 155 ประเทศ รวมผู้ใช้บริการ 1,018 ล้านคน
มีผู้ให้บริการ 3G 900 MHz อยู่ 64 โอเปอเรเตอร์ ใน 43 ประเทศ รวมผู้ใช้บริการ 273 ล้านคน
มีผู้ให้บริการ 3G 850 MHz อยู่ 53 โอเปอเรเตอร์ ใน 35 ประเทศ รวมผู้ใช้บริการ 184 ล้านคน
ข้อมูลจากเว็บ www.gsmarena.com ระบุว่าโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3G 2100 MHz มี 1,355 รุ่น, 3G 900MHz มี 750 รุ่น และ 3G 850MHz มี 749 รุ่น  การที่ 3G 2100 MHz ได้รับความนิยมสูงสุดทำให้โทรศัพท์มือถือ 3G ทุกรุ่น มักจะต้องผลิตออกมาให้รองรับคลื่นความถี่ 2100MHz
ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มที่จะใช้คลื่นความถี่หลายย่านมาให้บริการร่วมกัน
ในปัจจุบันผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มจะต้องใช้คลื่นความถี่ 3G หลายย่านความถี่มาให้บริการร่วมกัน ด้วยเหตุผล 2 อย่างคือ 1) คลื่นความถี่ย่านเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งานในอนาคต และ 2) คลื่นความถี่แต่ละย่านเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
คลื่นความถี่ย่านที่สูงกว่า 1GHz (1.8GHz, 2.1GHz, 2.3GHz, 2.6GHz) เรียกว่าย่าน high band คลื่นความถี่ย่านนี้มีข้อดีคือมีปริมาณคลื่นให้จัดสรรได้มาก สามารถจัดสรรเพิ่มเติมได้อีกในอนาคต แต่มีข้อเสียคือส่งสัญญาณได้ไม่ไกล ต้องตั้งสถานีฐานจำนวนมากจึงจะครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วถึง
คลื่นความถี่ย่านที่ต่ำกว่า 1GHz (700MHz, 850MHz, 900MHz) เรียกว่าย่าน low band คลื่นความถี่ย่านนี้มีข้อดีคือส่งสัญญาณได้ไกล ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าง แต่คลื่นความถี่ย่านนี้มีปริมาณความถี่ให้จัดสรรได้น้อย ไม่เพียงพอต่อการรองรับปริมาณการเติบโตของดาต้าในระยะยาว
ที่จริงแล้ว ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเอกชนทั้ง 3 ค่าย ต่างก็ใช้คลื่นความถี่หลายย่านมาให้บริการร่วมกัน โดย AIS ใช้คลื่น 900 MHz + 2100 MHz ส่วน dtac และ TruemoveH ใช้คลื่น 850 MHz + 2100 MHz และในอนาคตทั้งสามค่ายอาจจะต้องประมูลเอาความถีี่ย่านอื่นๆเข้ามาเพิ่มอีก
เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ แต่ละท่านน่าจะพอเข้าใจถึงข้อดี ข้อเสียของคลื่นความถี่ต่างๆ แล้ว กล่าวคือ
คลื่นความถี่ 2100 MHz มีข้อดีคือเป็นที่นิยมแพร่หลาย สามารถโรมมิ่งได้ (เกือบจะ) ทุกประเทศในโลก และมีเครื่องลูกข่ายรองรับจำนวนมาก
คลื่นความถี่ 850 MHz และ 900 MHz มีข้อดีคือสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ไกล
เครือข่าย 3G จะมีคุณภาพดีหรือไม่นั้นอยู่ที่ผู้ให้บริการเอาคลื่นความถี่ที่มีอยู่มาใช้อย่างเหมาะสมและเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ และที่สำคัญคือต้องมีการการลงทุนขยายเครือข่าย และปรับปรุงเครือข่ายอย่างต่อเนื่องครับ