แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Truemove H แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Truemove H แสดงบทความทั้งหมด

2.27.2558

Femtocell

Femtocell คือ เครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับสถานีฐานขนาดเล็ก 

Credit : http://www.nbtc.go.th/wps/wcm/connect

------------------------------------

มารู้จัก Femtocell สถานีฐานมือถือขนาดเล็ก ตัวช่วยสำหรับบ้าน สำนักงานและอาคารสูง
อาจกล่าวได้ว่ายุคสมัยนี้ เป็นยุคที่การใช้งานอุปกรณ์สื่อสารจำพวกมือถือ แท็บเล็ตในการสื่อสารข้อมูลหรือดาต้า (data) สูงขึ้นจนแทบจะเรียกว่า ผู้คนใช้ดาต้าเดือนๆนึงจะมากกว่าการใช้การสื่อสารด้วยการโทรออกรับสายแบบวอยส์ (Voice) เข้าไปทุกที ยิ่งความต้องการการใช้งานดาต้ายิ่งมาก ความหนาแน่นในการใช้เครือข่ายของระบบมือถือก็ยิ่งมากขึ้น
พื้นฐานระบบมือถือ
โทรศัพท์มือถือที่เราๆใช้งานกันในปัจจุบัน ทั้ง 2G (GSM), 3G (WCDMA,UMTS,HSPA) หรือจะ 4G (LTE) มีการใช้งานพื้นฐานแบบเซลลูล่าร์ (Cellular) หรือแบ่งพื้นที่ให้บริการออกเป็นพื้นที่เล็กๆ (Cell) มีสถานีฐาน (Base Station) ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลด้วยสัญญาณวิทยุ (Radio Frequency) ที่แบ่งความถี่ออกเป็นช่องๆหรือช่วงคลื่นและมีการนำความถี่กลับมาใช้ใหม่ (Reuse) ในเซลล์อื่นๆ เพื่อให้การใช้งานความถี่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการออกแบบและให้บริการนั้น ในระบบๆหนึ่งจะประกอบไปด้วยสถานีฐานมากมาย และมีหลายขนาดตั้งแต่มีพื้นที่ครอบคลุมมากๆในย่านชานเมือง หรือแค่ไม่กี่ร้อยเมตรในย่านเขตเมืองที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น
ปัญหาการใช้มือถือในเขตเมืองและอาคารสูง
 
แม้ผู้ให้บริการ (Operator) จะมีการออกแบบและติดตั้งสถานีฐานให้ครอบคลุมและมากที่สุดแล้ว แต่การใช้งานมือถือในเขตเมืองใหญ่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นหรือในอาคารสูง ก็ยังอาจเจอปัญหา กล่าวคือ ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่มีผู้ใช้มากระจุกตัวอยู่อย่างหนาแน่น อาทิ ย่านธุรกิจ สำนักงาน ย่านที่มีกิจกรรมแล้วคนมารวมตัวเป็นจำนวนมาก จนทำให้เกิดการแย่งใช้ช่องสัญญาณ (2G,3G) หรือการกวนกันของสัญญาณ (3G) ในแบบ CDMA (Code Division Multiple Access) ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางเทคนิคของการส่งสัญญาณด้วยวิธีนี้ จนส่งผลให้การรับ-ส่งข้อมูลติดขัด หรือผู้ใช้ในอาคารสูงที่ไม่มีการติดตั้งสถานีฐานในอาคาร (In-building Base Station) หรือแม้มีการติดตั้ง แต่ความสูงของอาคาร ทำให้เครื่องมือถือเกิดสามารถรับสัญญาณได้จากสถานีฐานที่ห่างไกลกว่าปรกติหลายสถานีพร้อมๆกัน จนกวนกัน ก็จะพบการติดขัดในการใช้งานได้เช่นกัน แม้วิธีแก้ไขอาจทำได้โดยการเพิ่มสถานีในย่านหนาแน่น หรือติดตั้งสถานีฐานในอาคารแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างปัญหาอาจยังมีอยู่
Femtocell สถานีฐานขนาดเล็ก
 
ทางออกสำหรับเรื่องนี้ เมื่อการแก้ปัญหาจากการตั้งและส่งสัญญาณจากสถานีฐานขนาดใหญ่เข้าไปอาจไม่ใช่คำตอบ และความต้องการเพิ่มการรองรับการใช้งานโดยเฉพาะการรับส่งข้อมูลในพื้นที่ๆหนึ่งนั้น จึงเป็นที่มาของแนวคิดการใช้สถานีฐานขนาดเล็กมากลงไปอีกกว่าสถานีฐานระดับ picocell หรือ smallcell จึงใช้ชื่อว่า Femtocell
Femtocell หรือสถานีฐานขนาดเล็กนี้ ใช้แนวคิดการรับส่งสัญญาณด้วยกำลังส่งต่ำๆ ครอบคลุมแค่ในบริเวณไม่มาก ซึ่งอาจจะเป็นแค่ที่พักอาศัย หรือสำนักงาน ห้องในคอนโด หรือมุมอับๆของอาคารที่สัญญาณจากสถานีฐานภายนอกส่งไปไม่ถึง ถ้าจะพูดให้นึกภาพออกก็คงไม่พ้นต้องยกตัวอย่างแบบ Wifi AP ครับ เพียงแต่ใช้ความถี่และเทคนิคการทำงานแบบระบบมือถือที่ผู้ให้บริการนั้นๆให้บริการ
Femtocell จะสามารถติดตั้งและทำงานได้โดยสะดวกผ่านการเชื่อมโยงกับเครือข่ายสาธารณะต่างๆ หรือพูดง่ายๆคือเน็ตบ้านเรานี่หล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อด้วย ADSL FTTx หรือ Cable โดยทำการเชื่อมโยงสัญญาณกับผู้ให้บริการที่เราใช้งาน การตั้งค่าไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญหลังๆมีผู้ผลิต Femtocell หลายเจ้าในตลาด ทำให้มีการพัฒนาลูกลักษณ์และฟังก์ชั่นการทำงานเพิ่ม อาทิ เป็นทั้ง Femtocell มือถือและ Wifi AP ในตัวเดียวกันก็มี
 
หลังติดตั้ง Femtocell ในบ้านหรือที่ทำงานของตัวเองแล้ว ผู้ใช้บริการก็จะสามารถใช้งานมือถือได้อย่างสะดวกสบาย สัญญาณชัดและส่งผ่านข้อมูลไม่ติดขัด เพราะเครื่องมือถือจะทำการรับ-ส่งข้อมูลกับ Femtocell ใกล้เคียงโดยไม่ต้องส่งออกไปยังสถานีฐานภายนอกที่แออัดและต้องส่งด้วยกำลังส่งสูง ให้เครื่องร้อนและเปลืองแบตเตอรี่ ทั้งนี้ผู้ใช้ยังสามารถกำหนดได้ว่าใครบ้าง (มือถือเครื่องไหนบ้าง) ที่จะจับใช้งาน Femtocell ของเราได้ หรือเปิดเป็น Public ให้ๆบริการได้กับทุกเครื่องที่อยู่ใกล้ๆ
ในแง่ของผู้ให้บริการ การมี Femtocell ก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องการให้บริการข้างต้นได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นการถ่ายโอนความหนาแน่นบนโครงข่าย (Off-load) ในจุดที่มีการติดตั้งและใช้งาน Femtocell ออกไปให้ไปใช้และให้ข้อมูลวิ่งบนเครือข่ายชนิดอื่น และจะได้มีช่องสัญญาณเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้รายอื่นๆได้มากและคล่องตัวขึ้น จึงถือว่าเป็นผลดีทั้งสองฝ่าย เรียกว่า วิน-วิน ก็ว่าได้
รูปแบบการทำตลาดและใช้งาน Femtocell ของผู้ให้บริการต่างประเทศ
รูปแบบการทำตลาดและการนำ Femtocell มาใช้งานนั้นมีหลายรูปแบบ หลักๆมองได้สองแบบคือ ผู้ให้บริการเป็นผู้ลงทุนและติดตั้ง Femtocell เองในจุดต่างๆ อันนี้ก็จะเหมือนการติดตั้งสถานีฐานทั่วไป ที่ตรงไหนบอดผู้ให้บริการก็เลือกรูปแบบและขนาดของสถานีฐานที่เหมาะสมไปลงและให้บริการ กับอีกแบบหนึ่งคือให้ผู้ใช้เป็นผู้ซื้ออุปกรณ์ Femtocell Set จากผู้ให้บริการ แล้วเอาไปติดตั้งเอง (ซึ่งไม่ยากเลยครับ แค่มีเน็ตเสียบสายและตั้งค่า ลงทะเบียนนิดหน่อย) โดยกรณีหลังนี้จะเห็นว่าการสร้างแรงจูงใจให้คนมาออกเงินซื้อไปติดต้องมี ที่สำคัญจะเป็นการขยายจำนวน Femtocell ได้มากและรวดเร็วกว่าการที่ผู้ให้บริการจะไปติดตั้งเองด้วย
ในต่างประเทศ ผู้ให้บริการจึงมีวิธีจูงใจ อาทิ ออกโปรฯให้กับผู้ซื้อ Femtocell ไปติดที่บ้านหรือสำนักงาน จะได้ค่า Air Time หรือค่าโทรถูก ดาต้าถูกกว่าปรกติ หรือแม้แต่โทรฟรีไม่อั้นถ้าโทรผ่าน Femtocell ของตัวเองก็มี ซึ่งน่าสนใจมากครับ ยิ่งในผู้ให้บริการที่มีบริการหลากหลาย อาทิ เป็นทั้ง Operator มือถือ เป็น ISP อินเทอร์เน็ต หรือเป็นผู้ให้บริการเคเบิลทีวีด้วยแล้ว ยิ่งสามารถสร้างรูปแบบบริการแบบหลายบริการเป็นแรงจูงใจได้อีก
แล้วในประเทศไทยใช้งาน Femtocell ได้หรือยัง?
แน่นอนเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อแน่ว่าต้องเกิดคำถามนี้แน่ๆ เพราะจริงๆปัญหาเรื่องคุณภาพสัญญาณมือถือและความแออัดต่างๆนั้น ในบ้านเราก็กำลังประสบอยู่ การที่ผู้ให้บริการจะนำ Femtocell เข้ามาใช้งานได้หรือไม่นั้นต้องผ่าน กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลในบ้านเรา โดยตอนนี้ กสทช. ได้อนุญาตให้ผู้ให้บริการในบ้านเรา นำ Femtocell มาใช้ได้แล้ว เพียงแต่การนำมาใช้และติดตั้งนั้นยังต้องทำโดยผู้ให้บริการ ยังไม่อนุญาตมีการเปิดจำหน่ายกับผู้ใช้บริการโดยตรง หรือยังไม่ให้เราๆท่านๆไปหาซื้อมาติดตั้งเองนั่นเองครับ โดยตอนนี้ผู้ให้บริการเองก็ได้มีการติดตั้ง Femtocell ไปแล้วไม่น้อย ในพื้นที่ๆการใช้งานมีปัญหาและคุณสมบัติจะเหมาะกับการใช้ Femtocell
ที่เหลือคือคงต้องรอเวลาที่การใช้งานโมบายดาต้าในบ้านเราจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และ กสทช. อนุญาตให้มีการจำหน่ายและผู้ใช้ซื้อไปติดตั้งได้เองโดยเสรีแบบ wifi AP เมื่อนั้นคงมีลูกเล่นทางการตลาดของค่ายมือถือต่างๆในบ้านเราออกมา รวมถึงเราจะได้ใช้งานเครือข่ายที่มีคุณภาพมากขึ้นกว่าทุกวันนี้ครับ
ตอนนี้ถือว่ามาปูพื้นเรื่องสถานีฐานขนาดเล็กไว้ก่อน โอกาสหน้าจะมาเล่าขยายความต่อถึงความสำคัญอย่างมากในอนาคตของเจ้า สถานีฐานขนาดเล็กนี้ต่อแนวคิดการขยายความจุของระบบ เพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของโมบายดาต้าครับ


-------------------------------

แก้ปัญหาอยู่คอนโดสูงแล้วไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ด้วย AIS 3G Femtocell

เนื่องจากว่าช่วงนี้ต้องทำงานอยู่ที่คอนโด แล้วจำเป็นต้องรับสายลูกค้าอยู่ตลอด แต่ปัญหาของคอนโดชั้นสูงๆ คือสัญญาณโทรศัพท์จะอ่อนมากบางครั้งถึงขั้นที่คุยไม่รู้เรื่องเลย โดนลูกค้าบ่นแทบทุกราย  แจ้งไปทางฝ่ายนิติ ที่ดูแลคอนโดอยู่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ลองถามเพื่อนๆ ที่อยู่คอนโดด้วยกันก็เจอปัญหานี้ทุกคน ทุกค่ายมือถือ ทั้ง AIS, DTAC และ TrueMove
ลองกูเกิ้ลดูก็พบว่า AIS มีอุปกรณ์ที่แก้ปัญหานี้อยู่ ซึ่งจำเป็นต้องต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา และเนื่องจากที่ห้องใช้ ADSL อยู่แล้วก็เลยไม่ใช่ปัญหาอะไร เจ้าอุปกรณ์ตัวนั้นก็คือ Femtocell ซึ่งทาง AIS ให้เอามาใช้ได้ฟรี  ก็เลยโทรเข้าไปทาง Call Center เพื่อแจ้งปัญหานี้ไป จากนั้นก็จะมีวิศวกรของทาง AIS ติดต่อกลับมาว่าปัญหามันคืออะไร สอบถามข้อมูลส่วนตัว และแจ้งเงื่อนไขในการขออุปกรณ์ Femtocell มาใช้งาน
ตอนนั้นที่เขาเสนอมาก็คือ
  1. ถ้าเป็นเบอร์แบบรายเดือน และต้องสมัครแพกเกจเสริมอะไรซักอย่างนี่แหละจำชื่อไม่ได้ละ เดือนนึงตกประมาณ 500 บาท (แต่ของเพื่อนที่เป็นเบอร์แบบ Serenade กลับสามารถขออุปกรณ์มาใช้ได้เลย ไม่ต้องสมัครแพกเกจเสริม)
  2. ถ้าเป็นเบอร์แบบเติมเงิน ต้องเติมเงินเข้าระบบ 4,500 บาท (เราเลือกเงื่อนไขนี้)
เนื่องจากเบอร์ที่ใช้อยู่เป็นแบบเติมเงิน และไม่อยากเปลี่ยนเป็นรายเดือนเพราะต้องติดสัญญาอีกนานก็เลยเลือกที่จะเติมเงิน 4,500 บาท จากนั้นโทรไปหา Call Center เพื่อขอรับอุปกรณ์ที่ AIS Shop สาขาใกล้บ้าน ของเราอยู่ปากเกร็ด แต่ได้ไปรับที่ฟิวเจอร์รังสิต ทีแรกนึกว่าจะไปรับได้ที่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ซะอีก ส่วนรูปร่างของเจ้า AIS 3G Femtocell ก็อย่างในรูปเลย เสียบอแดปเตอร์ ต่อสายแลน รอเครื่องบู๊ตแป๊ปนึงก็ใช้ได้แล้ว ตอนนี้สัญาณโทรศัพท์ชัดแจ๋วเลย
ตอนแรกที่รับเครื่องนี้เข้าใจว่ามันจะขยายสัญญาณได้ทุกค่ายซะอีก แต่เบอร์หลักที่ใช้อยู่เป็นของ DTAC ก็ยังสัญญาณอ่อนอยู่เหมือนเดิม คงต้องย้ายกันละทีนี้
AIS 3G Femtocell
AIS 3G Femtocell และ Adapter
AIS 3G Femtocell
ขนาดเมื่อเทียบกับ Nexus 4
AIS 3G iSmart
ตอนนี้ AIS ออกโปรย้ายค่ายเบอร์เดิม ลด 50% โทร 1,000 นาที จ่ายเพียง 650 บาท สมัครก่อน 31 ตุลาคม 2557

2.23.2558

2100MHz

2100MHz

การประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 จบลงด้วยความประหลาดใจ เมื่อบริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (บริษัทลูกของ AIS) ซึ่งเคาะราคาประมูลสูงที่สุดและมีสิทธิได้เลือกย่านความถี่ก่อน ไม่ได้เลือกย่านความถี่ที่เคยเชื่อว่าเป็นย่านที่ดีที่สุดคือ 1920-1935 MHz คู่กับ 2110-2125 MHz แต่กลับไปเลือกย่านความถี่ 1950-1965 MHz คู่กับ 2140-2155 MHz ซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ติดกับทีโอที
และยิ่งประหลาดใจเมื่อบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด (บริษัทลูกของทรู) ซึ่งเคาะราคาประมูลเท่ากับบริษัท ดีแทค เน็ทเวอร์ค จำกัด แต่จับฉลากชนะจึงมีสิทธิเลือกย่านความถี่ก่อน ก็ได้เลือกย่านความถี่ 1935-1950 MHz คู่กับ 2125-2140 MHz ปล่อยให้บริษัท ดีแทค เน็ทเวอร์ค จำกัด ได้ย่านความถี่ที่เชื่อว่าเป็นย่านที่ดีที่สุดไปอย่างส้มหล่น
เกิดอะไรขึ้น
ก่อนการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz กทค.เชื่อว่าผู้ให้บริการจะประมูลเลือกย่านความถี่ที่ดีที่สุด โดยย่านที่ดีที่สุดนั้นเชื่อกันว่าน่าจะเป็นย่าน1920-1935 MHz คู่กับ  2110-2125 MHz เพราะเป็นย่านความถี่ต่ำที่สุดที่มีให้ประมูล น่าจะส่งสัญญาณได้ไกลกว่าย่านอื่น และเป็นย่านความถี่ที่อยู่ริมสุด ไม่ถูกขนาบข้างโดยคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการรายอื่น จึงมีสัญญาณรบกวนน้อยกว่าย่านอื่น
การที่บริษัทลูก AIS เลือกย่านความถี่ตรงกลางที่ติดกับทีโอที ทำให้เกิดข้อสงสัยกันว่า AIS กำลังคิดจะจับมือทำธุรกิจกับทีโอที ซึ่งคุณวิเชียร CEO AIS ได้ให้คำตอบแล้วว่า AIS สนใจจับมือทำธุรกิจกับทีโอทีอยู่แล้ว เพราะ AIS เป็นพันธมิตรเก่าแก่ของทีโอที แต่นั่นเป็นเรื่องในอนาคตอีกยาวไกล
การจับมือกันทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องเลือกย่านความถี่ติดกัน ทุกวันนี้ AIS ก็จับมือโรมมิ่งกับทีโอทีอยู่แล้ว โดยใช้ย่านความถี่ 900 MHz ในขณะที่ทีโอทีใช้ 2100 MHz การที่บริษัทลูกของ AIS เลือกย่านความถี่ในตำแหน่งดังกล่าวน่าจะมีเหตุผลอื่น
ย่านความถี่ต่ำ ส่งสัญญาณได้ไกลกว่าจริงหรือ
ย่านความถี่ต่ำ ส่งสัญญาณได้ไกลกว่า และทะลุทลวงดีกว่าย่านความถี่สูง เป็นข้อเท็จจริงซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วในเครือข่าย 2G ย่าน 900 MHz ของ AIS ส่งสัญญาณได้ไกลกว่าย่าน 1800 MHz ของ dtac และ True Move ในต่างจังหวัด แต่นั่นเป็นเพราะย่าน 900 MHz กับ 1800 MHz มีความถี่แตกต่างกันมากถึงเท่าตัว ส่วนความถี่ 2100 MHz ทั้งสามย่านความถี่ที่ให้ประมูลแย่งกันนั้น มีความถี่แตกต่างกันน้อยมาก ความแรงของสัญญาณ และการส่งสัญญาณใกล้ไกลกว่ากันนั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพงานติดตั้งมากกว่าผลของย่านความถี่
ย่านความถี่ที่อยู่ริมสุดมีสัญญาณรบกวนน้อยกว่าย่านความถี่ที่อยู่ตรงกลางจริงหรือ
มาตรฐาน 3G ที่ใช้เทคโนโลยี WCDMA ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้คลื่นความถี่ช่องละ 5 MHz โดยความถี่แต่ละช่องสามารถอยู่ติดกันได้โดยไม่ต้องมีการ์ดแบนด์ดังนั้นการที่ถูกขนาบข้างโดยคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการรายอื่นจึงไม่ใช่ปัญหา ในกรณีที่อุปกรณ์ 3G ของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งขัดข้องส่งสัญญาณไปรบกวนผู้ให้บริการรายอื่น เราก็รู้ว่าสัญญาณรบกวนมาจากคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการรายใด สามารถประสานงานกับผู้ให้บริการรายนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาสัญญาณรบกวนได้โดยง่าย แต่การที่ได้ย่านความถี่อยู่ริมติดกับพื้นที่ว่างเปล่าหากถูกคลื่นรบกวนขึ้นมาคราวนี้ไม่รู้ว่าสัญญาณรบกวนนั้นเป็นของใคร ต้องร้องเรียนไปที่สำนักงานกสทช.ให้ช่วยหาที่มาของสัญญาณรบกวน ซึ่งการแก้ปัญหาแต่ละครั้งมีความยากลำบากและใช้เวลาพอสมควร
ย่านความถี่ 2100 MHz แต่เดิมนั้นเคยถูกใช้งานเป็น microwave link 2 GHz ซึ่งส่งสัญญาณได้ไกล แต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วคลื่นความถี่ดังกล่าวถูกกรมไปรษณีย์โทรเลขเรียกคืนเพื่อนำมาทำระบบโทรศัพท์ IMT-2000 ซึ่งก็คือ 3G ในวันนี้ ไมโครเวฟ 2 GHz จึงต้องถูกทดแทนด้วยไมโครเวฟในย่านอื่นซึ่งส่งสัญญาณได้ในระยะทางที่สั้นกว่า บางแห่งต้องใช้ไมโครเวฟย่านอื่นถึง 2 hop เพื่อทดแทนไมโครเวฟ 2 GHz เพียง hop เดียว  เป็นไปได้ว่ายังมีบางหน่วยงานยังแอบใช้ความถี่ย่าน 2 GHz อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งอาจส่งสัญญาณรบกวนระบบ 3G ได้ สัญญาณรบกวนนี้หาที่มาของสัญญาณได้ยากหากรบกวนมาจากริมซ้ายหรือริมขวาของย่านความถี่ 2100 MHz เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ
ความถี่ย่าน 1800 MHz สามารถรบกวนย่าน 2100 MHz ได้ในระบบสายอากาศร่วมในอาคาร
inbuilding antenna
ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีการติดตั้งระบบสายอากาศในตึกและห้างสรรพสินค้าต่างๆเพื่อปรับปรุงสัญญาณในอาคาร สายอากาศในอาคารเหล่านี้มักจะใช้ร่วมกันโดยผู้ให้บริการหลายรายเพื่อลดต้นทุน ในบางครั้งเจ้าของสถานที่ก็บังคับให้ใช้สายอากาศร่วมกันเพื่อความสวยงามของอาคาร ผู้ให้บริการแต่ละรายจะติดตั้งสถานีฐานของตนเองแต่ผสมสัญญาณมาออกสายอากาศร่วมในอาคารชุดเดียวกัน
ระบบสายอากาศร่วมในอาคารเหล่านี้ประกอบด้วยข้อต่อ (connector) และอุปกรณ์แยกสัญญาณ (splitter) จำนวนมากซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพดานและในช่อง shaft ของอาคาร หากข้อต่อเหล่านี้หลวมหรือเข้าสายไม่ดีจะทำให้เกิดสัญญาณรบกวนเรียกว่าอินเตอร์มอดูเลชั่น
dyn02อินเตอร์มอดูเลชั่น คือการที่คลื่นความถี่ f1 และ f2 มาผสมกันอย่างไม่สมบูรณ์ ก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนคลื่นความถี่ในย่านอื่น ซึ่งสัญญาณรบกวนจะแรงที่สุดที่ความถี่ (2 x f1) – f2 และ (2 x f2) – f1
ความถี่ย่าน 1800 MHz ที่ใช้งานอยู่โดย dtac, True Move และ DPC มีความถี่อัพลิงค์ 1710-1785 MHz คู่กับความถี่ดาวน์ลิงค์ 1805-1880 MHz ซึ่งความถี่ดาวน์ลิงค์สามารถทำให้เกิดอินเตอร์มอดูเลชั่นเป็นสัญญาณรบกวนขึ้นมาถึงย่าน 2100 MHz ได้
วิธีคำนวณว่าอินเตอร์มอดูเลชั่นจากย่าน 1800 สามารถสร้างสัญญาณรบกวนไปไกลที่สุดถึงความถี่ย่านใด ให้แทน f1 และ f2 ด้วยความถี่ที่อยู่ห่างกันที่สุด คือ f1 = 1880 MHz, f2 = 1805 MHz ดังนั้น (2 x f1) – f2 = 1955 MHz แสดงว่าย่านอัพลิงค์ของ 2100 MHz ตั้งแต่ขอบซ้ายสุดคือ 1920 MHz ไปจนถึง 1955 MHz มีโอกาสถูกกวนโดยอินเตอร์มอดูเลชั่นจากระบบ 1800 ในระบบสายอากาศร่วมในอาคาร ดังนั้นย่านความถี่ 2100 ที่มีการประมูลที่มีโอกาสถูกรบกวนโดยอินเตอร์มอดูเลชั่นของ 1800 น้อยที่สุดก็คือย่าน 1950-1965 MHz คู่กับ 2140-2155 MHz ซึ่งผู้ที่เคาะราคาประมูลสูงสุดเลือกไปนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การเลือกย่านความถี่ไม่ได้เป็นสิ่งที่กำหนดว่าเครือข่ายของผู้ให้บริการรายใดจะมีคุณภาพดีที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆอีกมาก โดยเฉพาะความรู้ความชำนาญของคนที่ดูแลเครือข่ายนั้นครับ

2.17.2558

USIM

USIM : UMTS Subscriber Identity Module

หน้าที่ทํางานเช่นเดียวกัน กับแผ่น SIM ในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที แบบ GSM ซึ่งเป็นเหมือน Smartcard ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที แต่ละรายได้มีการเก็บอัลกอริทึมที่ใช้ใน การตรวจสอบผู้ใช้บริการ (Authentication) และเก็บในส่วนของรหัสลับเพื่อใช้ในการตรวจสอบ ยืนยันผู้ใช้บริการ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จําเป็นต้องใช้ในการ ติดต่อสื่อสาร 

Credit : http://www.msit.mut.ac.th/newweb/phpfile

--------------------------------------

สำหรับ USIM  คือซิมที่รองรับการใช้งาน 4G จะมีคุณสมบัติในด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่อยู่ในซิม และ มีหน่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้นถึง 128 K (ซิมเดิมมีความจุ 64K)  โดยซิมใหม่สามารถบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ในซิมการ์ดได้ถึง 1,000 ราย ชื่อรวมถึงสามารถรองรับการใช้เทคโนโลยี 4G LTE ได้

Credit : http://truemoveh.truecorp.co.th/4g/packages

2.13.2558

FUP

FUP : Fair Usage Policy

FUP เป็นคำย่อมาจากคำเต็มว่า Fair Usage Policy ซึ่งเป็นนโยบายที่ผู้ให้บริการเครือข่ายใช้ในการใช้งานด้านดาต้าของลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างเหมาะสม โดยสังเกตว่า แพคเกจ 3G ที่ติดเงื่อนไข FUP นี่จะมีรูปแบบคล้ายๆ กันก็คือ
สามารถใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ระดับความเร็ว 3G ได้ปริมาณหนึ่ง (1-3 GB แล้วแต่แพคเกจและราคา) เมื่อผู้ใช้งานใช้ตามปริมาณครบกำหนดแล้ว ความเร็วอินเทอร์เน็ตจะถูกปรับลง (384 Kbps บ้าง 256 Kbps บ้าง หรือหนักสุดก็เหลือแค่ 64 Kbps บ้าง)  จนเมื่อขึ้นรอบบิลใหม่ ความเร็วก็จะกลับมาเป็นแบบ 3G เหมือนเดิม ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนไม่พอใจและออกมาเรียกร้องรวมทั้งโจมตีเหล่าผู้ให้บริการมือถือ
จุดประสงค์ของ FUP ที่เกิดขึ้นมานั้น ถูกกำหนดขึ้นเนื่องจากมีกลุ่มผู้ใช้งานส่วนหนึ่ง  นำโปรโมชั่นการใช้งานดาต้าบนเครือข่าย 3G แบบไม่จำกัดไปใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ อาทิ การนำไปใช้งาน Bit Torrent โดยใช้โทรศัพท์มือถือต่อเป็นโมเด็ม หรือต่อผ่านแอร์การ์ด (Bit Torrent เหมาะสมกับการใช้งานผ่านเทคโนโลยี ADSL มากกว่า) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้งานส่วนที่เหลือ ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งาน 3G* ลดลง รวมถึงความเร็วในการใช้งานลดลงด้วย
ทางบรรดาผู้ให้บริการจึงขอกำหนดนโยบายนี้ (FUP) เพื่อบริหารการใช้งาน 3G ของลูกค้าที่ใช้งานไม่เหมาะสม และทำให้ลูกค้าทุกท่านสามารถใช้งาน 3G* ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยความเร็วที่เหมาะสมระดับ 3G
ถ้าถามผม ผมมองว่า FUP แม้อาจจะดูเอาเปรียบกับผู้บริโภคสักหน่อย แต่พฤติกรรมของผู้ใช้งานหลายคนก็เอาไปใช้แบบผิดวัตถุประสงค์จริงๆ ครับ เช่นเอาไป ดาวน์โหลดหนัง เพลง โปรแกรม หรือโหลดผ่านบิท ซึ่งการใช้อินเทอร์เน็ตแบบ ADSL จะดีกว่าครับ เพราะระบบ 3G บ้านเรามันยังเป็น 3G เทียมอยู่ครับ ทำให้เกิดผลกระทบเมื่อมีการแย่งการใช้ข้อมูลปริมาณมหาศาล การมี FUP ก็เพื่อเอาไว้จัดระเบียบการใช้งานด้านหนึ่งครับ
หากวันหนึ่งระบบโครงข่าย 3G บ้านเราดีขึ้นเมื่อไหร่ ผมก็หวังว่า FUP คงจะหมดไปจากสารระบบนะครับ 
 หมายเหตุ บรรทัดต่อไปนี้เป็นการแจ้งถึงนโยบาย Fair Usage Policy ของ DTAC นะครับ
FUP หรือ Fair Usage Policy คือนโยบายสากลที่กำหนดขึ้นเพื่อรักษามาตรฐานการใช้งาน 3G อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้บริการ dtac 3G ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ โดยนโยบายนี้สามารถป้องกันไม่ให้มีการใช้งานบนเครือข่าย 3G ด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ ที่ทำให้ประสิทธิภาพและความเร็วในการใช้งานลดลง เช่น แชร์ไฟล์ผ่าน Bit Torrent หรือดาวน์โหลดและอัพโหลดไฟล์ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ผ่านโมเด็มในโทรศัพท์มือถือ หรือแอร์การ์ด ซึ่งเหมาะกับการใช้งานผ่านเทคโนโลยี ADSL มากกว่า
ดังนั้นดีแทคจึงมีความจำเป็นต้องกำหนดใช้นโยบายดังกล่าวนี้ เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย dtac 3G ให้เหมาะสมและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการใช้งาน โดยภายใต้นโยบายนี้ จะทำให้ผู้ใช้บริการทุกคนสามารถใช้บริการ dtac 3G ได้อย่างราบรื่น เต็มประสิทธิภาพ
Credit: http://www.manacomputers.com/fup-fair-usage-policy-internet-package-3g/




ในยุคของการให้บริการเครือข่าย 3G เต็มรูปแบบของเมืองไทยในขณะนี้ หลายคนอาจจะงง กับแพกเกจเล่นเน็ตไม่จำกัด Unlimited แต่มีเงื่อนไขติด FUP ไม่เกินเท่านั้น เท่านี้… แล้วอย่างงี้จะบอกว่า Unlimited มาทำไม จริงมั้ยครับ งั้นเรามาทำความเข้าใจกับเรื่องนี้กัน

FUP คืออะไร
FUP ย่อมาจาก Fair Usage Policy ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมการใช้ความเร็วอินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย 3G/4G โดยจะมีการลดสปีดความเร็วลง เมื่อใช้งานครบตามปริมาณข้อมูลที่สมัครแพ็กเกจไว้ เช่น เมื่อใช้เน็ตที่ความเร็วสูงสุด 42 Mbps ครบ 3 GB หลังจากนี้จะยังใช้เน็ตได้ตลอดแบบไม่จำกัด แต่จะลดความเร็วลงมาเหลือแค่ 256 Kbps เป็นต้น

แล้วทำไมต้องติด FUP ด้วย
คำถามถัดมาที่ทุกคนสงสัยคือในเมื่อให้สมัครใช้งานแพ็กเกจแบบ Unlimited แล้ว ทำไมถึงมาจำกัดความเร็วการใช้งานกันอีก จะโกงรึเปล่า เรื่องนี้มันมีที่มาครับ เพราะหากผู้ให้บริการปล่อยให้ทุกคนใช้งาน 3G ได้แบบไม่จำกัด ต่างคนต่างดาวน์โหลดกันได้เต็มที่ คราวนี้ก็จะมีคนหัวใสที่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น ใช้มือถือต่อเป็นโมเด็มโหลดบิตกันทั้งวันทั้งคืน จนทำให้ความเร็วในการใช้งานโดยรวมของ 3G ลดลง คนอื่นก็จะได้รับผลประทบไม่สามารถดาวน์โหลดหรือใช้งานได้ด้วยความเร็วปกติ ดังนั้นจึงต้องมีการควบคุมการใช้งานตามมาตรการ FUP ที่เป็นมาตรฐานสากล

FUP ที่เหมาะสมคือเท่าไร
ที่ผ่านมาผู้ให้บริการเครือข่ายในเมืองไทย ต่างกำหนดค่า FUP หรือค่าลดสปีดความเร็ว 3G ลงหลังครบแพ็กเกจ ต่ำสุดถึง 64 Kbps ซึ่งในการใช้งานจริงแทบจะโหลดอะไรไม่ขึ้นเลย ฉะนั้นความเร็วเฉลี่ยที่ยอมรับได้ควรจะอยู่ที่ตรงไหนนั้น ตามข้อตกลงที่ กสทช. กำหนดไว้คือ การใช้งานดาต้า 3G จะต้องมีความเร็วต่ำสุด ไม่ต่ำกว่า 345 Kbps

ค่ายไหนให้ FUP แรงที่สุด
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรวมทั้งหมดว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายในเมืองไทยรายหลักๆ มีเงื่อนไขความเร็วของ FUP สูงสุดอยู่ที่เท่าไรกันบ้าง เราจึงขออาสาสำรวจแพ็กเกจของแต่ละค่าย ณ วันที่ 16 ก.ย. 57

 AIS แพ็กเกจ 999 บ. เล่นที่ความเร็ว 3G ได้ปริมาณ 3G หลังใช้ครบ ปรับความเร็วลงไม่เกิน (FUP) 256 Kbps
 dtac แพ็กเกจ 999 บ. เล่นที่ความเร็ว 3G/4G ได้ปริมาณ 3G หลังใช้ครบ ปรับความเร็วลงไม่เกิน (FUP) 384 Kbps
 Truemove H แพ็กเกจ 999 บ. เล่นที่ความเร็ว 3G ได้ปริมาณ 5G หลังใช้ครบ ปรับความเร็วลงไม่เกิน(FUP) 384 Kbps
 365 แพ็กเกจ 999 บ. เล่นที่ความเร็ว 3G ได้ปริมาณ 5G หลังใช้ครบ ปรับความเร็วลงไม่เกิน (FUP) 384 Kbps

จากการสำรวจพบว่าแพ็กเกจสูงสุด 999 บ. ของแต่ละค่ายจะมีค่า FUP เฉลี่ยมากกว่าข้อกำหนดของ กสทช. จะมีเพียง AIS เจ้าเดียวที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ และพบข้อสังเกตอีกอย่างคือ ทั้ง AIS, dtac, Truemove H หากใช้แพ็กเกจที่ต่ำกว่านี้ ก็จะถูกลดความเร็วของ FUP ลงไปอีก เป็น 128 Kbps จนถึง 64 Kbps ในแพ็กเกจที่ราคาต่ำสุด ยกเว้น 365 ที่จะให้ FUP ที่ 384 Kbps ทุกแพกเกจ ซึ่งมาตรฐานส่วนนี้แหละที่น่าจะต้องมีการผลักดันให้ได้ตามข้อกำหนดที่ กสทช. วางไว้

12.25.2557

IDD

IDD : International Direct Dialing


IDD โทรทางไกลระหว่างประเทศ

IDD หรือบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ สามารถแบ่งตามระบบการให้บริการที่มีการใช้งานแพร่หลายในปัจจุบัน ได้ 3 ลักษณะใหญ่ๆ คือ
  1. ระบบต่อตรง (International Direct Dialing : IDD) ผ่าน Access Code หรือ IDD Prefix ให้บริการต่อตรงอัตโนมัติผ่านระบบเลขหมาย 3  หลัก (Three Digits Number) ผ่านจากการใช้บริการผ่านโทรศัพท์ประจำที่ (Public Switched Telephone Network : PSTN) และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผ่านไปยังชุมสายโทรศัพท์ระหว่างประเทศ แล้วเชื่อมต่อไปยังเคเบิลใยแก้วใต้น้ำต่อไป
  2. ระบบการสื่อสารทางเสียงผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (VoIP) เป็นลักษณะการเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ตโปรโตคอล (Internet Protocal : IP) ซึ่งเป็นการใช้บริการผ่ารโทรศัพท์ประจำที่ (Public Switched Telephone Network : PSTN) และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผ่านไปยังชุมสายโทรศัพท์ระหว่างประเทศ แล้วเชื่อมต่อไปยังเกตเวย์ (Gateway) และโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศต่อไป ระบบ VoIP มีทั้งที่มีเลขหมายและไม่มีการใช้เลขหมายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่มีระบบ IDD มักจะมีการให้บริการผ่านระบบ VoIP ที่มีเลขหมายควบคู่กัน
  3. ระบบบัตรโทรศัพท์ (International Calling Card) เป็นการโทรออกต่างประเทศผ่านระบบเชื่อมต่อส่วนกลาง ซึ่งจะใช้เลขหมายกลางของศูนย์บริการ (Access Number) เป็นเลขหมายศูนย์กลางสำหรับการเชื่อมต่อไปยังเกตเวย์ โดยผู้ให้บริการในระบบนี้จะอาศัยการเช่าช่วงช่องสัญญาณจากเจ้าของโครงข่ายและเกตเวย์ เพื่อเชื่อมต่อออกต่างประเทศ
ผู้ให้บริการ ในตลาดบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ เมื่อจำแนกตามบริการที่มี IDD Prefix และไม่มี IDD Prefix ดังนี้
  • ผู้ให้บริการที่มี IDD Prefix
ผู้ให้บริการIDD Prefix Number ผ่านเทคโนโลยี TDMIDD Prefix Number ผ่านเทคโนโลยี VoIP
บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT)
001, 100
009, 00900
บมจ.ทีโอที (TOT)
007
008
บจ.ดีแทค เนทเวอร์ค (DTAC Network)
004

บจ.เอไอเอ็น โกลบอลคอม (AIN)
005
00500
บจ.ทรู อินเตอร์เนชั่นแนล คอมมิวนิเคชั่น (TIC)
006
00600
บจ.ทริปเปิลที โกลบอล เน็ท (Triple T)
102


ตารางผู้ให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่มีเลขหมาย IDD Prefix 
  • ผู้ให้บริการที่ไม่มี IDD Prefix แบ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ประเภทบริการบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ แบบที่ 1 มีจำนวน 50 ราย และผู้ได้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเตอร์เน็ตประเภท VoIP โดยไม่ใช้เลขหมาย มีจำนวนประมาณ 60 ราย
หากพิจารณาถึงอัตราค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศโดยเฉลี่ยแล้วลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการแข่งขันทางด้านการตลาดที่ยังคงมุ่งเน้นทางด้านราคาเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้ให้บริการที่มี IDD Prefix ที่เน้นการใช้ความเชื่อมโยงกับกลุ่มบริการที่สามารถเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากโดยเฉพาะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้นำเสนอรายการส่งเสริมการขายเพื่อให้ใช้บริการผ่านระบบที่อยู่ในกลุ่มบริษัทของตน ไม่ว่าจะเป็น AIS, dtac หรือ TrueMove อย่างไรก็แล้วแต่สุดท้ายประโยชน์ก็จะตกเป็นของผู้บริโภคครับ


* วิธีการกดโทรทางไกลระหว่างประเทศ  
กรณีโทรเข้าโทรศัพท์พื้นฐาน กด IDD Prefix + รหัสประเทศ + รหัสเมือง + เลขหมายปลายทาง 
กรณีโทรเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ กด IDD Prefix + รหัสประเทศ + เลขหมายปลายทาง

11.25.2557

Operator

Operator

ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่


ผู้ให้บริการเครือข่าย 3G ในประเทศไทย
AIS (เอไอเอส) หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
เว็บไซต์หลัก : http://www.ais.co.th
เอไอเอส เป็นบริษัทในเครือ อินทัชคอร์ปอเรชั่น (บริษัทเดิม : ชิน คอร์ปอเรชั่น : ชินคอร์ป) ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครือข่ายและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย
DTAC (ดีแทค) หรือ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
เว็บไซต์หลัก : http://www.dtac.co.th/
ดีแทค เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจให้บริการโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งในประเทศไทย เดิมเป็นบริษัทในเครือยูคอม ปัจจุบันถือหุ้นใหญ่โดยบีซีทีเอ็น โฮลดิ้ง
Truemove H (ทรูมูฟ เอช) หรือ บริษัท เรียลมูฟ จำกัด และ บริษัท เรียลฟิวเจอร์ จำกัด
เว็บไซต์หลัก : http://truemoveh.truecorp.co.th/
ทรูมูฟ เอช เป็นบริษัทลูกของ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ที่ทำธุรกิจให้บริการโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งในประเทศไทย
my By CAT (มาย)
เว็บไซต์หลัก : http://www.mybycat.com/
บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงเทคโนโลยี 3G ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT
TOT3G ทีโอที 3 จี หรือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
เว็บไซต์หลัก : http://www.tot3g.net/Home.aspx
ทีโอที 3 จี เป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการลงทุนสร้างโครงข่าย 3G ในชื่อ TOT3G
นอกจากนั้นยังมีผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่นๆ ที่นำโครงข่ายของ TOT 3G มาบริหารต่ออีกทอดหนึ่ง หรือที่เรียกว่า MVNO โดยแนวความคิด MVNO (Mobile Virtual Network Operator) แปลเป็นไทยว่าผู้ให้บริการเสมือน หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือ “ผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่ไม่ได้วางโครงข่ายเอง แต่ ไปเหมาจากเจ้าของโครงข่ายมาให้บริการต่ออีกทอดหนึ่ง”
คลื่นความถี่ 3G ในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน (พ.ศ. 2557)
ผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ในประเทศไทยปัจจุบันจะใช้คลื่นความถี่ 3G 3 คลื่น ได้แก่ 850 MHz, 900 MHz, 2100 MHz
  • AIS ให้บริการ 3G บนความถี่ 900 MHz และ 2100 MHz
  • TruemoveH ให้บริการ 3G บนความถี่ 850 MHz และ 2100 MHz
  • Dtac ให้บริการ 3G บนความถี่ 850 MHz และ 2100 MHz
  • my By CAT ให้บริการ 3G บนความถี่ 850 MHz
  • TOT 3G และ MVNO เจ้าอื่นๆ ให้บริการ 3G บนความถี่ 2100 MHz