2.12.2558

OTT

OTT : Over the top



OTT เป็นคำที่ผมได้ยินครั้งแรกตอนเข้ามาอยู่ในธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งเริ่มได้ยินจากการไปงานสัมมนาต่างๆ OTT ย่อมาจากคำว่า over-the-top เรียกให้เข้าใจง่ายๆมันคือบริการเสริมนั่นเอง แต่เป็นบริการเสริมที่ไม่ได้ให้บริการโดยผู้ให้บริการโครงข่าย เช่น Line WhatsApp และ Youtube เป็นต้น
สำหรับผู้ให้บริการโครงข่ายในหลายๆประเทศจะมอง OTT เป็นมารร้าย เป็นไส้เดือนกิ้งกือ เห็นได้จากบทสนทนา หรือความเห็นจากงานสัมมนาที่ผมเคยไปมา เพราะ OTT ต่างๆจะทำให้ยอดขายของผู้ให้บริการโครงข่ายตกลง จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ ขอยกตัวอย่างง่ายๆนะครับ
หลังจากเรารู้จัก WhatsApp Line ยังมีใครได้ส่ง SMS กันอยู่บ้าง นอกจากนั้น iMessage ใน iDevice ทั้งหลายของ Apple ยังส่งข้อความผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตถ้าพบว่าอีกฝั่งใช้ iDevice เหมือนกัน และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ แทนที่จะผ่านช่องทาง SMS ของผู้ให้บริการฯเหมือนการส่ง SMS ปกติ นับเฉพาะบริการ SMS เองก็ทำให้รายได้หายไปมากโข
ในเรื่องของการโทรด้วยเสียงก็สามารถทำผ่านแอพพลิเคชั่นหลายๆตัว ไม่ว่าจะเป็น Skype Tango Line เป็นต้น และบางตัวยังสามารถทำ วิดีโอ chat หรือวิดีโอ conference ได้อีกด้วย
ในขณะที่ผู้ให้บริการโครงข่ายเองต้องลงทุนมหาศาลเพื่อให้สัญญาณสามารถใช้งานได้ทั่วถึง เพียงพอต่อความต้องการแต่ไม่สามารถสร้างรายได้ได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนในอดีต มิหนำซ้ำยังมีคนมาใช้โครงข่ายที่ลงทุนไปหาเงินได้ฟรีๆอีก นี่เป็นสาเหตุที่ผู้ให้บริการโครงข่ายเกลียด OTT  ในขณะที่ OTT มองผู้ให้บริการโครงข่ายว่า “over acting”
สำหรับในประเทศไทยแล้วผมไม่เห็นบรรยากาศของการต่อต้าน OTT เหมือนในต่างประเทศ แถมเรายังจับมือกับ OTT ต่างๆสร้างตลาดไปด้วยกันอีก ยกตัวอย่างเช่น Line Sticker ซึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่ทั้งสามรายล้วนมี Line Sticker เป็นของตัวเอง
ถึงตรงนี้อาจจะเกิดคำถามว่าแล้วผู้ให้บริการโครงข่ายจะได้อะไร ส่วนตัวผมคิดว่าทางออกเป็นแบบนี้ครับ
1. รายได้มาจากยอดการใช้บริการ 3G และยังสามารถกระตุ้นให้เกิดลูกค้ารายใหม่ๆในเครือข่าย 3G อีกด้วย ลองนึกดูว่าวันนี้ พ่อ แม่ ใครใช้ Line คุยกับลูกและคนในครอบครัวบ้าง และคุยผ่านช่องทางไหนกันบ้าง
2. ทำตัวเป็นผู้ให้บริการ OTT ซะเอง อันนี้ยกตัวอย่างบริการ dtac watchever และ dtac readever ของ dtac เป็นต้น
3. ในเรื่องของการคุยกันด้วยเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตผมยังมองว่าคุณภาพยังแย่อยู่ (แต่ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ) สำหรับผู้ให้บริการโครงข่ายเองก็ยังมีข้อได้เปรียบในการให้บริการตรงนี้
บาง OTT ที่ผมเคยคุยด้วยให้ความเห็นว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายบางรายนั้น over-acting ซึ่งข้อนี้ผมเห็นด้วยมากๆ ส่วนตัวแล้วผมกลับมองว่า OTT เป็นโอกาสมากกว่าภัยร้ายที่จะเข้ามาคุกคามธุรกิจ
จะว่าไปแล้วตอนอยู่ในธุรกิจ ISP ตัว OTT เองกลับเป็นสิ่งจำเป็น เพราะถ้าไม่มี OTT เราจะใช้อินเทอร์เน็ตไปทำไมล่ะครับ แต่ผมเชื่อว่ามันคงยอมรับได้ยากสำหรับผู้ให้บริการโครงข่ายบางรายที่ยังไม่ปรับตัว ซึ่งเราคงไม่ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้ในประเทศไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น